แหล่งกำเนิดกลไกสปริงไดร์ฟและนาฬิกาควอตซ์ของ Grand Seiko

The ShinshuWatch Studio

จุดเชื่อมต่อของงานฝีมือขั้นสูงและผู้บุกเบิกเทคโนโลยี

       Shinshu Watch Studio (ชินชู วอทช์ สตูดิโอ) ตั้งอยู่ที่โรงงาน Seiko Epson (ไซโก เอปสัน) ในเมือง Shiojiri (ชิโอจิริ) จังหวัด Nagano (นากาโน่) พื้นที่ที่งดงามด้วยทัศนียภาพของเทือกเขา Jonen (โจเน็น) และ Hotaka (โฮทากะ) รวมทั้งอากาศบริสุทธิ์สดชื่นและน้ำที่ใสสะอาด ในสตูดิโอแห่งนี้มีบุคลากร ความชำนาญและเทคโนโลยีชั้นสูง ที่เปี่ยมความเชี่ยวชาญในทุกด้านของการผลิตนาฬิกา ตั้งแต่การพัฒนา การออกแบบ และกระบวนการผลิตกลไก การประกอบชิ้นส่วนกลไกและการปรับแต่ง ไปจนถึงองค์ประกอบนาฬิกาที่สมบูรณ์แบบ ที่รวมถึงตัวเรือน หน้าปัด ชุดเข็มและหลักชั่วโมง สตูดิโอแห่งนี้จึงเป็นหนึ่งใน “โรงงานผลิต” เพียงไม่กี่แห่งในโลกที่รวมทุกอย่างไว้ในพื้นที่เดียวกัน และทำให้นาฬิกา Spring Drive และนาฬิกาควอตซ์ของ Grand Seiko ทั้งหมดผลิตขึ้นแบบอิน-เฮาส์ นับตั้งแต่เข้ามารับหน้าที่แทน Suwa Seikosha (ซูวะ ไซโกชะ) สตูดิโอที่ผลิตนาฬิกา Grand Seiko เรือนแรกขึ้นในปี 1960 สตูดิโอแห่งนี้ก็กลายเป็นบ้านของวิศวกร ช่างนาฬิกาและช่างฝีมือทั้งชายและหญิง ผู้อุทิศตนและมีความมุ่งมั่นเช่นเดียวกับทีม Grand Seiko รุ่นแรกในการฝึกฝนทักษะขั้นสูงสุดของพวกเขา เพื่อการสร้างสรรค์นาฬิกา Grand Seiko ทุกเรือน
        กลไก Spring Drive ผลงานอันล้ำค่าของ Shinshu Watch Studio ซึ่งใช้เวลาเกือบ 30 ปีนับตั้งแต่วินาทีแรกที่วิศวกรหนุ่มของโรงงานชิโอจิริคิดค้นแนวคิดขึ้น ไปจนถึงการสร้างสรรค์นาฬิกา Spring Drive ที่คู่ควรกับชื่อ Grand Seiko การพัฒนาที่เต็มไปด้วยความท้าทาย และจำเป็นต้องมีความก้าวหน้าในทุกด้านของศิลปะการผลิตนาฬิกาของเหล่าช่างทั้งหลาย ตั้งแต่การสร้างสรรค์โลหะใหม่สำหรับสปริงลาน (mainspring) ไปจนถึงการใช้วิศวกรรมด้านอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง เพื่อสร้างตัวควบคุมแบบใหม่ที่แตกต่างจากเดิมอย่างสิ้นเชิง
        ถึงตอนนี้ เป็นเวลากว่า 20 ปีแล้ว นับตั้งแต่กลไก Spring Drive ได้รับการสร้างสรรค์ขึ้น ในวาระฉลองครบรอบ 60 ปีของ Grand Seiko ได้เห็นการสร้างสรรค์กลไก Spring Drive ใหม่ทั้งหมด นั่นคือ คาลิเบอร์ 9RA5 ซึ่งสร้างมาตรฐานใหม่สำหรับนาฬิกาจักรกลที่ใช้พลังจากสปริงลานในการขับเคลื่อน ทั้งในด้านขนาด ประสิทธิภาพและฟังก์ชั่นการำทงาน เมื่อเทียบกับชุดกลไก 9R6 ที่เป็นแกนหลักของคอลเลคชั่น คาลิเบอร์ 9RA5 สามารถสำรองพลังงานได้นานถึง 5 วัน ซึ่งเพิ่มขึ้นมากกว่า 60% และมอบอัตราความแม่นยำต่อเดือนที่เพิ่มขึ้นจาก ±15 วินาที เป็น ±10 วินาที ความเร็วในการเปลี่ยนวันที่เพิ่มขึ้นกว่าเดิมมาก และแม้จะมีฟังก์ชันเพิ่มขึ้น แต่ความหนาของชุดกลไกลดลงจาก 5.8 มิลลิเมตร เป็น 5.0 มิลลิเมตร คาลิเบอร์ 9RA5 นำเทคโนโบยี Spring Drive ไปสู่ระดับใหม่แห่งความเป็นเลิศ และเปิดศักราชใหม่ในหน้าประวัติศาสตร์ของ Grand Seiko
       Shinshu Watch Studio ยังเป็นบ้านของคาลิเบอร์ 9F ซึ่งอาจเป็นกลไกควอตซ์ที่มีความล้ำสมัยที่สุดในโลก โดยมีอัตราความเที่ยงตรงสูงมากถึง ±10 วินาทีต่อปี และด้วยการใช้มอเตอร์คู่ในการควบคุมจังหวะการทำงาน (Twin Pulse Control Motor) คาลิเบอร์ 9F จึงสามารถขับเคลื่อนชุดเข็มที่มีขนาดใหญ่และหนา เหมือนกับนาฬิกาทุกเรือนของ Grand Seiko และเป็นไปตามข้อกำหนดของ Grand Seiko Style
        ชุดกลไกคาลิเบอร์ 9F ยังมีความเที่ยงตรงในระดับสูงสุด ต้องขอขอบคุณผลึกควอตซ์ที่ได้รับบ่มเป็นพิเศษในอายุที่เหมาะสมและคัดเลือกมาโดยเฉพาะ ผลึกควอตซ์แต่ละตัวจะทำหน้าที่ในการควบคุมแยกจากกัน กลไกทำหน้าที่แสดงเวลาได้อย่างเที่ยงตรงสูง เข็มวินาทีที่ขับเคลื่อนด้วยกลไกคาลิเบอร์ 9F จะแตกต่างจากนาฬิการะบบควอตซ์ทั่วไป โดยจะหยุดในตำแหน่งที่ถูกต้องและแม่นยำตรงกับขีดเครื่องหมายวินาที โดยปราศจากการสั่นของเข็มวินาที ความสำเร็จนี้เป็นผลมาจากการเพิ่มเฟืองควบคุมการทำงานที่ทำงานร่วมกับสปริงสายใยในการลดอาการสะบัดตัวกลับของชุดเฟืองขับเคลื่อน แม้แต่การเปลี่ยนวันที่ก็ยังสะท้อนถึงความแม่นยำของกลไก เมื่อเทียบกับการเปลี่ยนวันที่แบบค่อนเป็นค่อยไปของนาฬิกาส่วนใหญ่ที่ใช้เวลาหลายชั่วโมงจึงจะเปลี่ยนจนเสร็จสมบูรณ์ แต่คาลิเบอร์ 9F มีระบบกลไกก้านสปริงที่ถูกใช้ในการเปลี่ยนวันที่ได้อย่างรวดเร็วแค่เพียงพริบตา เพื่อให้ความมั่นใจต่อความทนทานที่เกิดขึ้นกับกลไก 9F ชุดโรเตอร์และเฟืองขับเคลื่อนได้รับการปกป้องอย่างแน่นหนาด้วยชุดเกราะที่ถูกออกแบบล้อมรอบและเป็นส่วนประกอบอยู่ภายในกลไก สิ่งเหล่านี้คือเครื่องยืนยันถึงคุณภาพและความเที่ยงตรงที่จะได้รับตลอดอายุการใช้งานของกลไก ด้วยการปกป้องอันตรายที่มาจากฝุ่นและผงที่อาจเล็ดรอดเข้ามาสู่กลไกได้ เมื่อมีการเปิดฝาหลังเพื่อเปลี่ยนแบตเตอรี่ และเมื่อมีการประกอบชุดเข็มและปรับแต่งการทำงาน ซึ่งทำให้กลไก 9F คือสุดยอดของกลไกระบบควอตซ์

ความสวยงามของนาฬิกาจากช่างฝีมือของญี่ปุ่นที่เปี่ยมความประณีต

หัตถศิลป์ชั้นสูงเป็นหัวใจสำคัญในทุกขั้ตอนการผลิตนาฬิกาของ Grand Seiko ในขณะที่หน้าปัดนาฬิกาเริ่มต้นด้วยการสร้างแผ่นฐานโดยใช้เครื่องจักร และเหล่าช่างฝีมือทั้งชายและหญิงของ Grand Seiko จะสร้างคุณลักษณะให้กับหน้าปัดแต่ละชิ้น หลังจากการตัดและเจาะ พวกเขาใช้การพิมพ์และเคลือบแผ่นฐาน และประกอบแต่ละส่วนเข้าด้วยกัน รวมทั้งหลักชั่วโมงและชุดเข็มด้วยมือ แม้แต่แหนบและเครื่องมืออื่นๆ ที่ผู้ผลิตนาฬิกาใช้ในการจัดวางชิ้นส่วนแต่ละชิ้นให้อยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง ก็เป็นเครื่องมือพิเศษที่ได้รับการปรับแต่งโดยช่างฝีมือทั้งชายและหญิง เพื่อรักษาความแม่นยำและเหมาะกับรูปแบบเฉพาะในการทำงานของแต่ละคน ความสวยงามของหน้าปัด “เกล็ดหิมะ” (snowflake) และ “ลวดลายซันเรย์แบบผ้าไหม” (silken sunray pattern) ที่สตูดิโอได้สร้างขึ้นนั้น เป็นศูนย์รวมที่สมบูรณ์แบบในการทำงานที่เปี่ยมด้วยทักษะของช่างฝีมือทั้งชายและหญิง ที่พวกเขาได้สืบทอดมรดกและสุนทรียภาพความงามแบบญี่ปุ่นโดยเฉพาะ พื้นหน้าปัดแบบ “snowflake” สร้างสรรค์ขึ้นในปี 2005 ได้รับแรงบันดาลใจจากหน้าปัดนาฬิการุ่นดังในชื่อ 56GS ที่ผลิตขึ้นโดย Suwa Seikosha ในปี 1971 เพื่อสะท้อนถึงพื้นผิวที่ไม่สม่ำเสมอของหิมะในพื้นที่ของชิโอจิริที่ทับถมกันเป็นเวลาหลายเดือนในรอบปี ส่วนหน้าปัดแบบ ‘silken sunray pattern’ ทอประกายระยิบระยับและใช้ลายเส้นที่ซับซ้อนละเอียดอ่อนที่นำเสนอภาพและสะท้อนถึงแสงในรูปแบบที่เปล่งประกาย ที่ให้ความรู้สึกแวววาวล้ำลึกไม่เหมือนใคร หน้าปัดนี้ยังแสดงให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญของช่างฝีมือทั้งชายและหญิงที่สตูดิโอแห่งนี้ได้ดีที่สุด จากขั้นตอนในการทำงานมีความซับซ้อน โดยขั้นแรกต้องเคลือบสีเงินลงไปบนแผ่นฐาน หลังจากนั้นก็แปรงด้วยเทคนิคพิเศษ แล้วจึงใช้สารเคลือบที่หนาและใส เคลือบทับและนำไปขัดเงา เพื่อสร้างพื้นผิวที่ลากเส้นเป็นแนวแถว ในทุกขั้นตอนของการทำหน้าปัดแต่ละชิ้น ได้รับการสร้างสรรค์ด้วยมือ และแต่ละชิ้นจะได้รับการตรวจสอบอย่างละเอียดเพื่อความสมบูรณ์แบบ

       สตูดิโอแห่งนี้ยังมีช่างผู้ชำนาญการในด้านการขัดเงาแบบ Zaratsu (ซารัตสึ) อีกด้วย โดยเมื่อตัวเรือนถูกยึดอยู่บนจานหมุน บรรดาช่างฝีมือทั้งชายและหญิงที่ได้รับมอบหมายให้ทำงานนี้ จะใช้เพียงดวงตาและความรู้สึกที่ปลายนิ้วสัมผัส รับรู้ถึงเหลี่ยมมุมที่แน่นอนและแรงกดที่เหมาะสม ด้วยปลายนิ้วของพวกเขาสามารถสัมผัสได้ถึงความร้อนที่เกิดขึ้น แรงสั่นสะเทือน และระดับของการใช้สารเพื่อกัดกร่อนตัวเรือนเพื่อให้ได้รูปทรงและเหลี่ยมมุมตามที่ต้องการ สัมผัสที่อาศัยความรู้สึกที่ค่อนข้างไวนี้เป็นผลมาจากประสบการณ์ที่ถูกสั่งสมนานนับปี และถือเป็นความสามารถส่วนบุคคลที่มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นในโลกที่มีพรสวรรค์และทักษะในระดับนี้ การขัดเงาด้วยเทคนิคซารัตสึส่วนใหญ่ในสตูดิโอนี้เป็นการขัดผิวสแตนเลสสตีลและไทเทเนียม แต่นอกจากนี้พวกเขายังทำงานกับพื้นผิวของทองคำ 18k และตัวเรือนแพลทินัมที่ยากต่อการขัดเงาในคอลเลกชั่น Masterpiece (มาสเตอร์พีซ) ภายใน Shinshu Watch Studio ยังมีพื้นที่สำหรับผลิตนาฬิกาที่เป็นเครื่องประดับ ที่นี่ ช่างฝีมือทั้งชายและหญิงจะประดับเพชรและอัญมณีล้ำค่าอื่นๆ บนตัวเรือนที่ผลิตจากโลหะล้ำค่า เพื่อสร้างสรรค์นาฬิกาอันวิจิตรงดงาม ซึ่งรวบรวมทักษะ ประสบการณ์ และชำนาญอันลึกซึ้งในด้านฝีมือของพวกเขาเอาไว้

แหล่งกำเนิดของกลไก Spring Drive และนาฬิการะบบควอตซ์

9R Spring Drive

กลไกเปี่ยมเอกลักษณ์ซึ่งสะท้อนถึงธรรมชาติแห่งเวลาที่แท้จริงด้วยสุนทรียะความงามที่มีเอลักษณ์เฉพาะตัวของญี่ปุ่น

      กลไก Spring Drive คาลิเบอร์ 9R ถือเป็นกลไกซึ่งเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะที่ได้รับการผลิตโดย Shinshu Watch Studio ในฐานะที่เป็นแหล่งพลังงาน มันใช้แรงบิดที่ถูกสร้างจากการคลายตัวของสปริงลาน เช่นเดียวกับหลักการของนาฬิกาจักรกล และใช้ระบบควบคุมความเที่ยงตรงแบบอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งควบคุมความแม่นยำด้วย IC และแท่งแก้วที่ทำหน้าที่สั่นสะเทือน กลไกที่มีรูปแบบเฉพาะตัวนี้ได้ถูกสร้างสรรค์ขึ้นจากการหล่อหลอมของเทคโนโลยีของการผลิตนาฬิกาจากการผลิตนาฬิการะบบจักรกลและอิเล็กทรอนิกส์ โดยเริ่มต้นจากแนวคิดที่เกิดขึ้นในใจของวิศวกรหนุ่มแห่ง Seiko นั่นคือ Yoshikazu Akahane (โยชิคาซึ อาคาฮาเนะ) ในช่วงทศวรรษที่ 1970 และบรรลุผลสำเร็จหลังจากการพัฒนา 20 ปี หลังจากนั้นอีก 5 ปี กลไกนี้ได้รับการพัฒนาจนสามารถสำรองพลังงานได้นานถึง 72 ปี และในที่สุด Spring Drive ก็กลายเป็นกลไกสำคัญของ Grand Seiko ในปี 2004
     ด้วยธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ชาวญี่ปุ่นจึงรู้สึกซาบซึ้งในความงามที่รายล้อมพวกเขาอยู่เสมอทั้งในภูเขา ป่าไม้ และภูมิทัศน์ของหมู่เกาะที่มีมากมายและหลากหลาย ฤดูกาลก็มีเสน่ห์ไม่แพ้กันสำหรับคนญี่ปุ่น และพวกเขาจึงรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น จากความรักและความเคารพอย่างลึกซึ้งต่อความสัมพันธ์ของธรรมชาติและเวลา ทำให้เกิดการตระหนักรู้ว่าการสร้างสรรค์ทั้งหมดจะดำรงอยู่ในกระแสของเวลาอย่างต่อเนื่อง กลไก Spring Drive คาลิเบอร์ 9F คือกลไกที่ผสมผสานความงามของญี่ปุ่นได้อย่างสมบูรณ์แบบ เข็มนาฬิกาจะเคลื่อนไปอย่างต่อเนื่องและเงียบเชียบ โดยปราศจากการกระตุกหรือสั่น ถือเป็นความสมบูรณ์แบบที่มีความต่อเนื่อง ซึ่งสะท้อนถึงการไหลผ่านของเวลาในธรรมชาติและบอกถึงการเคลื่อนผ่านด้วยความแม่นยำที่เงียบเชียบ

กลไก 9F ที่สุดของกลไกควอตซ์เท่าที่เคยมีการผลิต

      ‘อะไรที่สร้างให้เกิดนาฬิกาที่ดี?’ ทุกอย่างเริ่มต้นจากคำถามที่เรียบง่าย ‘แน่นอนว่าต้องมีความเที่ยงตรง แต่จะไม่มีความหมายใดๆ เลย ถ้าปราศจากการอ่านค่าได้อย่างชัดเจน เข็มที่มีขนาดใหญ่และหนาย่อมจับแสงในความมืดได้ดีกว่า
       แต่นาฬิกาควอตซ์ไม่สามารถขับเคลื่อนเข็มที่มีน้ำหนักมากได้ แล้วเราจะต้องจัดการเรื่องนี้อย่างไร?” เหล่าวิศวกรได้พูดถึงกันถึงเรื่องนี้ โดยคำนึงถึงแนวคิดที่ว่า นาฬิกา Grand Seiko ควรต้องเป็นนาฬิกาที่ “แม่นยำ อ่านค่าได้ชัดเจนและสวยงาม” พวกเขาเริ่มพัฒนานวัตกรรมจากแนวคิดถึงสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ นั่นก็คือกลไกควอตซ์ที่มีความแข็งแรงพอที่จะขยับชุดเข็มที่ใหญ่และหนักได้
     ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือ คาลิเบอร์ 9F ซึ่งได้รับการสร้างสรรค์ขึ้นในปี 1993 จากความสงสัยของทีมวิศวกร Grand Seiko กลายเป็นศูนย์รวมแห่งอุดมคติ ด้วยอัตราความเที่ยงตรงระดับสูงที่ ±10 วินาทีต่อปี มอเตอร์ควบคุมแบบ Twin Pulse ที่เป็นนวัตกรรมล่าสุด ทำให้สามารถขับเคลื่อนเข็มนาฬิกาที่มีขนาดกว้างและหนักได้ นอกจากมอเตอร์ควบคุมแบบ Twin Pulse แล้ว กลไกนี้ยังรวมเอานวัตกรรมมากมายที่ได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับโลกของนาฬิกาควอตซ์ ซึ่งรวมถึง Backlash Auto-Adjust Mechanismกบไกควบคุมและปรับการกระตุกของเข็ม เพื่อลดการกระตุกในจังหวะที่เข็มวินาทีกำลังเคลื่อนที่ และ Instant Date Change Mechanism กลไกเปลี่ยนวันที่ซึ่งมีความฉับไวและแม่นยำ ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีโครงสร้างเกราะป้องกันที่ออกแบบเป็นพิเศษเพื่อครอบตัวโรเตอร์ ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของกลไกควอตซ์จากฝุ่นละออง ผนังที่แยกแบตเตอรี่ออกจากชุดเฟืองขับเคลื่อนเพื่อป้องกันไม่ให้ฝุ่นเล็ดลอดเข้าไปที่ยังชิ้นส่วนต่างๆ แม้ว่าในกลไกนี้จะมีส่วนประกอบที่เป็นช่องเล็กๆ ที่ติดตั้งทับทิมสำหรับใช้ในการส่องดูเวลาเปลี่ยนแบตเตอรี่ ระบบนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อรักษาความน่าเชื่อถือในระยะยาวของกลไกควอตซ์ แม้จะเปลี่ยนแบตเตอรี่เป็นประจำ พื้นผิวสีทองที่สวยงามถูกนำมาใช้กับกลไก แม้ว่าปกติจะมองไม่เห็นเนื่องจากฝาหลังปิดทึบ แต่วิถีของนาฬิกาควอตซ์ควรได้รับการกำหนดขึ้นใหม่ จากชุดกลไกควอตซ์ คาลิเบอร์ 9F ของ Grand Seiko ตลอดระยะเวลา 25 ปีหรือหนึ่งในสี่ของศตวรรษหลังจากการถือกำเนิดขึ้น คาลิเบอร์ 9F ยังคงอยู่ในจุดสูงสุดของกลไกควอตซ์ และอาจจะเป็นกลไกควอตซ์ที่ดีที่สุดในโลก