งานแกะสลักอันประณีต ถ่ายทอดความพลิ้วไหวของสายน้ำ สู่งานสร้างสรรค์Spring Drive ที่ได้แรงบันดาลใจจากน้ำตกอันน่าพิศวงที่ซ่อนเร้นอยู่ในผืนป่า

น้ำตกทาเทะชินะ (Tateshina) อันยิ่งใหญ่ ตั้งอยู่กลางผืนป่าดึกดำบรรพ์ในแถบชินชู ภูมิภาคตอนกลางของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นจุดกำเนิดของนาฬิกา Spring Drive คอลเลกชัน Masterpiece ของ Grand Seiko ที่บรรดาช่างฝีมือชั้นสูงแห่ง Micro Artist Studio รังสรรค์ขึ้นด้วยความละเอียดประณีต และวันนี้ เรือนเวลากลไกขึ้นลานด้วยมือรุ่นใหมล่าสุดที่เหล่าช่างฝีมือรังสรรค์ขึ้น ได้ถ่ายทอดการไหลเวียนอันเป็นนิรันดร์ของกาลเวลาในธรรมชาติ ผ่านแรงบันดาลใจจากน้ำตกอันน่าพิศวงที่ซ่อนเร้นอยู่ในผืนป่าและขุนเขานี้
หน้าปัดที่สะท้อนความงามของน้ำพุที่ผุดขึ้นตามแหล่งธรรมชาติ

เป็นเครื่องบ่งบอกว่าขีดหลักชั่วโมงบนหน้าปัด เป็นวัสดุทองคำ
หน้าปัดของแต่ละเรือนถูกแกะสลักด้วยมืออย่างประณีต ถ่ายทอดงานฝีมือระดับชั้นครูให้ยิ่งดูเปี่ยมด้วยชีวิตชีวา ลายเส้นแกะสลักวิ่งไปในหลายทิศทาง ก่อนจะบรรจบกันเป็นการไหลเวียนอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงความงดงามของน้ำพุที่ผุดขึ้นจากผืนดิน เข็มชั่วโมงและเข็มนาที รวมถึงขีดหลักชั่วโมงที่เจียระไนด้วยมือเป็นทรงเหลี่ยมเพชร ล้วนทำจากทองคำไวท์โกลด์ 14k สร้างประกายคมชัดและสง่างาม เข็มนาทีและเข็มวินาทีถูกดัดโค้งอย่างประณีตด้วยมือให้โน้มเข้าหาหน้าปัด เพื่อให้สามารถอ่านค่าเวลาได้ง่ายและชัดเจนที่สุด ตัวอักษรและขีดเครื่องหมายหน่วยนาทีทั้งหมดถูกแกะลงบนพื้นผิวหน้าปัด เพิ่มมิติและความลึกให้กับพื้นผิว และเพื่อถ่ายทอดการไหลเวียนอย่างต่อเนื่องและเงียบงามตามธรรมชาติของกาลเวลา เข็มวินาที Spring Drive สีเทาที่ได้จากการผ่านความร้อนที่อุณหภูมิสูงจนได้เฉดสีที่สวยงามลงตัว เคลื่อนไหวอย่างนุ่มนวลเหนือพื้นผิวหน้าปัดที่มีลวดลายละเอียดงดงาม
ตัวเรือน 44GS แกะสลักลายเส้นพลิ้วไหว

ที่เปิดตัวในปี 1967 อันมีเอกลักษณ์ด้วยพื้นผิวเรียบและเหลี่ยมมุมคมชัด
ตัวเรือน 44GS ได้รับการแกะสลักด้วยมือ ตกแต่งพื้นผิวด้วยลายเส้นละเอียดอ่อนจำนวนนับไม่ถ้วนที่แผ่กระจาย จับแสงที่สาดส่องมากระทบในทุกมุม ลื่นไหล ต่อเนื่องไปตามสันเหลี่ยมคมชัดซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของดีไซน์ 44GS ถ่ายทอดความงามเชิงโครงสร้างอันเหนือกาลเวลาของตัวเรือน การขัดเงาแบบซารัตสึและการขัดด้านที่ผสมผสานกับพื้นผิวแกะสลักอย่างละเอียด ยิ่งเพิ่มเสน่ห์แห่งแสงและเงาที่พลิกเปลี่ยนไปในทุกมิติของเรือนเวลานี้
นาฬิกาเรือนนี้มาพร้อมสายหนังสองแบบที่สะท้อนภาพลักษณ์ของสายน้ำในมิติที่แตกต่างกัน สายแรกคือสายหนังจระเข้สีดำสไตล์คลาสสิก เคลือบผิวด้านนอกให้เงางาม ส่วนอีกสายเป็นสายหนังที่สร้างสรรค์โดย KYOTO Leather* ตกแต่งด้วยลูกเล่นเมทัลลิกและดีไซน์ที่ได้แรงบันดาลใจจากประกายระยิบระยับของละอองน้ำที่สาดกระเซ็น

* KYOTO Leather ผสานงานฝีมือแบบดั้งเดิมของการผลิตชุด kimono อาทิเช่น เทคนิคการทอลาย Nishijin อันเก่าแก่และวิจิตรงดงาม และเทคนิคการใช้แผ่นทองคำจาก Kyoto เมืองหลวงในอดีตของญี่ปุ่น เข้ากับทักษะฝีมือของช่างเครื่องหนังจาก Himeji ซึ่งเป็นหนึ่งในภูมิภาคผลิตหนังชั้นนำของญี่ปุ่น เพื่อสร้างสรรค์สายหนังแบบญี่ปุ่นที่โดดเด่นยากจะเทียบได้
ขับเคลื่อนด้วยกลไก Spring Drive ที่เพรียวบางที่สุด

“Micro Artist” และสามารถปรับแต่งได้ตามความต้องการของเจ้าของเรือนเวลา
กลไก Spring Drive คาลิเบอร์ 9R02 ขึ้นลานด้วยมือที่พัฒนาและผลิตภายใน Micro Artist Studio มีความหนาเพียง 4.0มม. นับว่าเป็นกลไก Spring Drive ที่เพรียวบางที่สุด ใช้ระบบ Dual-Spring Barrel ซึ่งบรรจุสปริงลานสองชุดภายในตลับลานเดียวกัน ระบบนี้ทำงานร่วมกับ Torque Return System เพื่อมอบพลังงานสำรองยาวนานถึง 84 ชั่วโมง
*Torque Return System: เมื่อสปริงลานถูกขึ้นลานจนเต็มและแรงบิดที่พร้อมส่งพลังงานออกอยู่ในระดับสูงสุด จะมีพลังงานประมาณ 30% ที่ไม่จำเป็นต่อการรักษาความเที่ยงตรงของนาฬิกา ซึ่งในกลไกทั่วไป พลังงานนี้จะกลายเป็นพลังงานที่สูญเปล่า แต่ระบบ Torque Return สามารถนำพลังงานส่วนเกินนี้กลับเข้าสู่ระบบการขึ้นสปริงลานอีกครั้ง ส่งผลให้กำลังการสำรองพลังงานเพิ่มขึ้น
เช่นเดียวกับตัวเรือนและหน้าปัด กลไกภายในเผยให้เห็นความงามของแสงและเงาผ่านสะพานจักรสองชิ้นที่ตกแต่งอย่างประณีตด้วยมือ สันขอบที่เงาวาวคมชัด ล้วนเป็นผลงานที่ต้องอาศัยทักษะฝีมือของช่างผู้เชี่ยวชาญ ตัดกับลายขัดเส้นตรงบนพื้นผิวของสะพานจักรอย่างโดดเด่น บาร์เรลหรือตลับลานยังประดับด้วยลวดลายดอกเบลล์ฟลาวเวอร์ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเมืองชิโอจิริ เพื่อเป็นการคารวะต่อจุดกำเนิดของเรือนเวลาชิ้นเอกนี้
ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 50 เรือน และจะวางจำหน่ายเฉพาะที่ Grand Seiko Boutique ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2026 เป็นต้นไป
เกี่ยวกับ Micro Artist Studio
Micro Artist Studio คืออเทลิเยร์นาฬิกาหรูที่ตั้งอยู่ภายในศูนย์ Seiko Epson ในเมืองชิโอจิริ จังหวัดนากาโนะ ผลิตเรือนเวลา Spring Drive รุ่นพิเศษที่ผสานสุดยอดเทคโนโลยีด้านจักรกลเวลาเข้ากับงานฝีมือระดับชั้นครู ทีมงานประกอบด้วยช่างผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสาขา ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบกลไก การประกอบ ไปจนถึงการตกแต่งกลไกอย่างละเอียดประณีต
Hand-engraved Manual-winding Spring Drive Limited Edition:
SBGZ011
คาลิเบอร์ 9R02
ระบบขึ้นลาน: ขึ้นลานด้วยมือ
การสำรองพลังงาน: 84 ชั่วโมง
ความเที่ยงตรง: ±15 วินาทีต่อปี (หรือ ±1 วินาทีต่อเดือนโดยประมาณ)
ใช้ระบบ Dual-Spring Barrel ร่วมกับ Torque Return System
มีมาตรแสดงระดับพลังงานสำรอง
ทับทิมกันสึก: 39
คุณสมบัติเฉพาะ
ตัวเรือนแพลทินัม 950
กระจกหน้าปัดคริสตัลแซฟไฟร์ทรงกล่อง เคลือบกันแสงสะท้อนด้านใน
ฝาหลังโปร่งใส ยึดด้วยสกรู
กันน้ำที่ระดับ 3 บาร์
ทนต่อสนามแม่เหล็ก: 4,800 A/m
เส้นผ่านศูนย์กลาง: 40.0มม. ความหนา: 9.6มม.
สายหนังจระเข้พร้อมตัวล็อกแบบบานพับสามทบปลดล็อกด้วยปุ่มกด
วัสดุแพลทินัม 950 (และทองคำไวท์โกลด์ 18k บางส่วน)
สายพิเศษหนังจระเข้ ผลิตโดย KYOTO Leather
ราคาจำหน่ายในยุโรป: เรือนละ €86,000
ลิมิเต็ดอิดิชัน 50 เรือน
รายละเอียดเพิ่มเติมบนเว็บไซต์:
https://www.grand-seiko.com/th-th/collections/sbgz011j
หมายเหตุ:
ข้อมูล คุณสมบัติเฉพาะ และราคา ที่ปรากฏในสื่อประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่ และอาจะมีการเปลี่ยนแปลงได้




