2024/04/09 ข่าวประชาสัมพันธ์

หน้าปัดใหม่ที่เปลี่ยนสีได้ บันทึกเฉดสีที่แปรเปลี่ยนแห่งทัศนียภาพ
ยามพระอาทิตย์ขึ้นของชินชู ตัดกับภูมิทัศน์ของโฮตากะ

การสร้างสรรค์ครั้งใหม่ในคอลเลกชั่นสปอร์ตของ Grand Seiko ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสัญลักษณ์
สิงโตอันยั่งยืนและทัศนียภาพยามพระอาทิตย์ขึ้นของชินชู ที่สะท้อนจากภูมิทัศน์ของโฮตากะ

ทิวเขาโฮตากะอันกว้างใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ในภูมิภาคชินชู ทางตอนกลางของประเทศญี่ปุ่น เป็นแหล่งที่นาฬิกา Grand Seiko สปริงไดรฟ์ ทุกเรือนถูกสร้างขึ้นมา แสงอาทิตย์ที่สะท้อนภาพภูมิทัศน์อันสูงตระหง่านในยามรุ่งสาง ก่อให้เกิดทิวทัศน์ภูเขาอันงดงามพร้อมสีสันอันแจ่มใสที่แปรเปลี่ยนจากสีชมพูไปเป็นสีส้มเมื่อเวลายามเช้าดำเนินไป

ค.ศ.2024 ถือเป็นวาระครบรอบ 20 ปี แห่งการถือกำเนิดของนาฬิกา Grand Seiko รุ่นแรกที่ขับเคลื่อนด้วยกลไกสปริงไดรฟ์ ซีรี่ส์ 9R ซึ่งมอบพลังงานให้แก่นาฬิกา Grand Seiko สปริงไดรฟ์ ทุกรุ่นทุกแบบ เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองความสำเร็จครั้งสำคัญนี้ นาฬิกาสปริงไดรฟ์ โครโนกราฟ GMT รุ่นใหม่ที่นำแรงบันดาลใจมาจากภูมิทัศน์ทิวเขาแห่งนี้ในฤดูร้อน จึงถือกำเนิดขึ้นมา นาฬิการุ่นนี้เกิดขึ้นได้ด้วยกระบวนการสร้างพื้นผิวหน้าปัดด้วยเทคโนโลยีใหม่ ที่แสดงให้เห็นถึงความซาบซึ้งของชาวญี่ปุ่นที่มีต่อการเปลี่ยนแปลงอันละเอียดอ่อนของกาลเวลา ในแง่ของสีสันที่แปรเปลี่ยนไปในยามเช้าของฤดูร้อน ณ สถานที่พิเศษแห่งนี้

เทคนิคใหม่ของการผลิตหน้าปัด

ด้วยเทคโนโลยีใหม่ ทำให้แลเห็นพื้นผิวที่ซับซ้อนของหน้าปัด
ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น แม้จะใช้ร่วมกับโทนสีอบอุ่นก็ตาม

ยามเช้าของฤดูร้อน ในช่วงเวลา 30 นาทีก่อนและหลังพระอาทิตย์ขึ้นนั้น พระอาทิตย์จะสาดแสงส่องไปยังยอดเขาของทิวเขาโฮตากะในลักษณะที่มีความพิเศษ หน้าปัดที่เปลี่ยนสีได้ซึ่งแสดงถึงภาพทัศน์แห่งชั่วขณะนี้ เกิดขึ้นได้ด้วยกระบวนการเคลือบหน้าปัดที่ได้รับการจดสิทธิบัตรแล้ว ซึ่งเรียกว่า “Optical Multilayer Coating” (ออปติคัล มัลติเลเยอร์ โคทิง) อันเป็นการเคลือบแบบหลายชั้นด้วยแสง แทนที่จะใช้เทคนิคแบบเดิม ๆ ในการทำสีบนหน้าปัด เทคโนโลยีใหม่นี้เป็นการใช้กระบวนการสะสมไอทางกายภาพ ซึ่งฟิล์มบาง ๆ ในระดับนาโนหลายชั้นจะสร้างเอฟเฟ็กต์ขึ้นมา ทำให้หน้าปัดสามารถแสดงเฉดสีแตกต่างกันได้โดยขึ้นอยู่กับมุมมอง และเมื่อผสมผสานเข้ากับการเคลื่อนที่อย่างเงียบสงบของเข็มวินาทีแล้ว การแปรเปลี่ยนสีของหน้าปัดจะทำให้เกิดมิติใหม่แก่แนวคิดเกี่ยวกับธรรมชาติของกาลเวลา

สีในโทนอบอุ่น จะปรากฎขึ้นตามมุมตกกระทบของนาฬิกา

แสดงคุณค่าอันเป็นนิรันดร์ของ Grand Seiko ทั้งในด้านฟังก์ชั่นการใช้งานและความสวยงาม

ลวดลาย “แผงคอสิงโต” อันละเอียดอ่อนของหน้าปัด ซึ่งใช้เฉพาะกับรูปทรงตัวเรือนแบบนี้เท่านั้น
เป็นการสื่อสารถึงความงดงามและความแข็งแกร่งของสิงโต

รุ่นใหม่ล่าสุดของ สปริงไดรฟ์ โครโนกราฟ GMT มากับดีไซน์ตัวเรือนเชิงมุมอันทรงพลังที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสิงโต อันเป็นสัญลักษณ์ของแบรนด์มาตั้งแต่การถือกำเนิดของนาฬิกา Grand Seiko รุ่นแรกเมื่อ ค.ศ.1960 สิงโต ซึ่งมีความหมายเช่นเดียวกับความแข็งแกร่งและความกล้าหาญ เป็นตัวแทนแห่งเป้าหมายของทีมงานคณะแรกที่เป็นผู้สร้างสรรค์ Grand Seiko ขึ้นมา ซึ่งก็คือ การสร้างนาฬิกาที่ดีที่สุดเท่าที่พวกเขาสามารถกระทำได้ทั้งในแง่ของความเที่ยงตรง ความชัดเจนในการดูเวลา ความทนทาน และความสวยงาม และคุณค่าเหล่านี้ก็ยังคงอยู่ตราบจนทุกวันนี้ ลักษณะของสิงโตจึงปรากฎให้เห็นในทุกรายละเอียดของนาฬิการุ่นใหม่นี้ ยกตัวอย่างเช่น เหลี่ยมมุมของตัวเรือน และขาตัวเรือนที่มีลักษณะคล้ายกรงเล็บ และการปัดลายเส้นละเอียดแบบแฮร์ไลน์บนขาตัวเรือนที่สร้างความเปรียบต่างกับพื้นผิวขัดเงาแบบซารัตสึ

การกันน้ำได้ถึง 20 บาร์ของนาฬิการุ่นนี้ เป็นการกระทำเพื่อให้มั่นใจถึงประสิทธิภาพระดับสูงสุดในทุกลักษณะการใช้งานของนาฬิกาสปอร์ต เข็มชั่วโมงกับเข็มนาทีที่ถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มความสามารถในการอ่านค่า และหลักชั่วโมงที่มีขนาดกว้างใหญ่ ช่วยเสริมความสามารถในการอ่านค่าเวลาที่เหนือกว่า อันเป็นคุณสมบัติที่เลื่องลือของ Grand Seiko ตัวเรือนและสายถูกทำขึ้นจากไทเทเนียมชนิดความหนาแน่นสูง ซึ่งเบากว่าสเตนเลสสตีลราว 30% และมีสีที่สว่างกว่า สายนาฬิกาถูกออกแบบมาเพื่อมอบความสบายในการสวมใส่ ด้วยข้อสายรูปอักษร H ขนาดหนาซึ่งรับกับข้อมือทุกขนาดได้อย่างง่ายดาย เข็มชั่วโมงและเข็มนาที ตลอดจนหลักชั่วโมง ถูกเคลือบด้วยลูมิไบรท์ ที่เรืองแสงเป็นสีเขียว ในขณะที่เข็ม GMT และเลขชั่วโมงบนวงขอบตัวเรือนจะเรืองแสงเป็นสีฟ้า เพื่อเพิ่มความชัดเจนให้กับการอ่านค่าเวลาในความมืด

ด้วยความโค้งของขาตัวเรือนและจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำ
นาฬิการุ่นใหม่นี้จึงวางตัวลงบนข้อมือ
ได้อย่างสบายและแน่นหนา
เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการเพิ่มความเที่ยงตรงแม่นยำ
ดวงตราสิงโตแห่ง Grand Seiko ที่เป็นทอง 18k
จึงถูกประดับลงบนโรเตอร์ของกลไก

นาฬิการุ่นนี้ขับเคลื่อนด้วยกลไก สปริงไดรฟ์ โครโนกราฟ GMT คาลิเบอร์ 9R96 ซึ่งเป็นคาลิเบอร์ 9R86 ในเวอร์ชั่นที่ได้รับการปรับแต่งมาเป็นพิเศษ กลไกคาลิเบอร์ 9R96 นี้ มอบความแม่นยำถึง ±10 วินาทีต่อเดือน หรือ ±0.5 วินาทีต่อวัน ซึ่งเหนือกว่า ±15 วินาทีต่อเดือนของกลไก สปริงไดรฟ์ โครโนกราฟ GMT คาลิเบอร์ 9R86 อันเป็นกลไกคาลิเบอร์หลักของคอลเลกชั่น

นาฬิการุ่นใหม่นี้ถูกผลิตขึ้นแบบ ลิมิเต็ด เอดิชั่น ด้วยจำนวนจำกัดเพียง 700 เรือนเท่านั้น โดยจะมีจำหน่ายที่บูติกของ Grand Seiko และผู้แทนจำหน่ายบางแห่งทั่วโลก ในเดือนกรกฎาคม 2024

SBGC275 

Grand Seiko Sport Collection
Caliber 9R 20th Anniversary Limited Edition: SBGC275

สปริงไดรฟ์ โครโนกราฟ GMT คาลิเบอร์ 9R96
ระบบขับเคลื่อน: อัตโนมัติ
ความแม่นยำ: ±10 วินาทีต่อเดือน (±0.5 วินาทีต่อวัน)
พลังงานสำรอง: 72 ชั่วโมง
เข็ม GMT
จับเวลาได้สูงสุด 12 ชั่วโมง
จำนวนทับทิม: 50

รายละเอียดทางเทคนิค
ตัวเรือนและสายไทเทเนียม ชนิดความหนาแน่นสูง
ตัวล็อกแบบบานพับ 3 ทบ ปลดล็อกด้วยปุ่มกด ล็อกแบบนิรภัย และตัวปรับเพิ่มความยาว
กระจกหน้าปัดแซพไฟร์คริสตัล ทรงโค้ง 2 ฝั่ง เคลือบสารกันแสงสะท้อน
ฝาหลังชนิดขันเกลียว กรุกระจกใส
เม็ดมะยมชนิดขันเกลียว
การกันน้ำ: 20 บาร์
ความต้านทานแม่เหล็ก: 4,800 แอมแปร์/เมตร
เส้นผ่านศูนย์กลาง: 44.5 มม. ความหนา 16.8 มม.
ราคาจำหน่าย 477,000 บาท
ลิมิเต็ด เอดิชั่น ผลิตจำนวนจำกัด 700 เรือน

For further information:
https://www.grand-seiko.com/global-en/collections/sbgc275g

Note:
The specifications and price information in this release are as of the published date and are subject to change.