การเคลื่อนไหว

9F
ระบบควอตซ์

ความเที่ยงตรงและความเรียบง่ายเป็นพื้นฐานที่สำคัญที่สุดของเครื่องบอกเวลาในอุดมคติ จึงสามารถเติมเต็มความเชื่อมั่นตลอดกาลให้แก่ผู้ที่สวมใส่ 9F คือการเคลื่อนไหวระบบควอตซ์รุ่นแรกที่สามารถบรรลุเป้าหมายในอุดมคติที่สำคัญนี้ได้

กลไกการเปลี่ยนวันที่แบบทันที (Instant Date Change Mechanism) ใช้เวลาเปลี่ยนการแสดงผลวันที่เพียง 1/2000 วินาทีเท่านั้น
แรงหมุนเมื่อเปรียบเทียบกับแรงหมุนของการเคลื่อนไหวของระบบกลไกทำให้สามารถใช้เข็มนาฬิกาขนาดกว้างที่เป็นเอกลักษณ์ของ Grand Seiko ได้
ความเที่ยงตรงของเข็มวินาทีที่เพิ่มขึ้นทำให้มีความแม่นยำของตำแหน่งบนหน้าปัดกับเครื่องหมายมากยิ่งขึ้น
โครงสร้างแบบปิดช่วยปรับปรุงการกักเก็บน้ำมันหล่อลื่น

Caliber 9F สร้างนิยามใหม่ให้นาฬิการะบบควอตซ์ ส่งมอบประสิทธิภาพที่สูงกว่าและความทนทานที่เหนือกว่า นาฬิการะบบควอตซ์คือนาฬิกาที่คู่ควรกับชื่อ Grand Seiko

กลไก

การเคลื่อนไหวระบบควอตซ์จะใช้แบตเตอรี่เป็นแหล่งพลังงาน แบตเตอรี่จะส่งพลังงานไฟฟ้าไปยังออสซิลเลเตอร์ของระบบควอตซ์ ซึ่งสร้างสัญญาณความถี่อย่างแม่นยำที่ 32,768 รอบต่อวินาที วงจรเบ็ดเสร็จ (Integrated Circuit (CI)) จะตรวจจับสัญญาณความถี่เหล่านี้ และส่งสัญญาณเวลาที่แม่นยำไปยังสเต็ปมอเตอร์ทุก ๆ วินาที สเต็ปมอเตอร์จะทำงานตามสัญญาณเวลานี้ และหมุนชุดเฟืองกับเข็มนาฬิกาได้อย่างแม่นยำ

หัตถศิลป์

การเปลี่ยนการแสดงผลวันที่ภายใน 1/2000 วินาที

การเคลื่อนไหวระบบ 9F Quartz ใช้ล้อและคานร่วมกับล้อขับเคลื่อนบ่งชี้วันที่ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของคุณสมบัติที่เรียกว่ากลไกการเปลี่ยนวันที่แบบทันที (Instant Date Change Mechanism)

ด้วยกลไกนี้เอง ล้อขับเคลื่อนบ่งชี้วันที่จึงสามารถสร้างแรงดึงในคานสปริงในขณะที่หมุนอยู่ แล้วปล่อยพลังงานที่กักเก็บไว้ออกมาเมื่อเคลื่อนที่ไปถึงตำแหน่งของล้อ และผลักให้ล้อปฏิทินเคลื่อนที่ได้ภายใน 1/2000 วินาที

ในขณะที่การเคลื่อนไหวของระบบกลไกบางอย่างมีแรงหมุนมากพอที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนวันที่แบบทันที แต่ Grand Seiko คือรายแรกที่เป็นผู้บุกเบิกกลไกนี้ในการเคลื่อนไหวระบบควอตซ์

หน้าที่ของการทำให้กลไกการเปลี่ยนวันที่แบบทันทีสามารถเกิดขึ้นได้อย่างเที่ยงตรงในเวลาเที่ยงคืนนั้นตกเป็นของช่างฝีมือที่มากด้วยความชำนาญของ Seiko ซึ่งเป็นผู้ที่ตั้งกลไกลนี้ด้วยมือเปล่าอย่างอุตสาหะ และเพื่อให้แน่ใจได้ว่าจะไม่มีสถานการณ์ใดที่เกิดการเปลี่ยนแปลงก่อนกำหนด กลไกนี้จึงถูกตั้งมาให้ทำงานภายในห้านาทีจากเที่ยงคืน

หัตถศิลป์

การเคลื่อนไหวระบบควอตซ์ที่ถูกรังสรรค์ขึ้นด้วยมือเปล่า

ในขณะที่การเคลื่อนไหวระบบควอตซ์ของนาฬิกาส่วนใหญ่ในโลกนี้คือผลผลิตจากการประกอบชิ้นส่วนโดยอัตโนมัติ แต่การเคลื่อนไหวระบบ 9F Quartz ของ Grand Seiko พร้อมทั้งความหลากหลายของฟังก์ชันต่าง ๆ ที่ซับซ้อนนั้นถูกประกอบขึ้นด้วยมือเปล่าทั้งหมด ช่างฝีมือผู้มากด้วยความชำนาญสองคนได้ผสมผสานพรสวรรค์ของตนเองเข้าด้วยกัน เพื่อรักษาไว้ซึ่งมาตรฐานคุณภาพระดับสูงของ Grand Seiko โดยที่คนหนึ่งจะเป็นผู้รับผิดชอบการประกอบชิ้นส่วนและตัวบ่งชี้วันที่ และอีกคนหนึ่งจะเป็นผู้รับผิดชอบระบบการเคลื่อนไหว

หัตถศิลป์

การประกอบและการปรับเปลี่ยน

เมื่อระบบการเคลื่อนไหวถูกประกอบเสร็จแล้ว จึงจะมีการใส่หน้าปัด เครื่องหมาย และเข็มนาฬิกา ระบบการเคลื่อนไหวทั้งหมดจะถูกติดตั้งไว้ในตัวเรือน การใส่เข็มนาฬิกาอาจถือได้ว่าเป็นขั้นตอนที่ละเอียดอ่อนและแม่นยำที่สุด ซึ่งจำเป็นต้องใช้ทักษะขั้นสูงของช่างฝีมือที่มีประสบการณ์

เข็มชั่วโมงและเข็มนาทีจะถูกวางซ้อนขนานกันภายในพื้นที่เพียง 2 มม. เท่านั้น และถูกยึดเข้ากับแกนเคลื่อนที่ด้วยแรงเสียดทาน มีเพียงผู้เชี่ยวชาญในการปรับเปลี่ยนเท่านั้นที่สามารถทำให้แน่ใจได้ว่าเข็มนาฬิกาทั้งหมดที่มีขนาดห่างจากกันเพียง 0.2 มม. ซึ่งจะสามารถทำงานได้อย่างราบรื่นโดยปราศจากการปะทะกันระหว่างที่เข็มเหล่านั้นเดินอยู่

เพื่อให้แน่ใจได้ว่าจะไม่มีความเสียหายเกิดขึ้นกับเข็มนาฬิการะหว่างการประกอบ ช่างฝีมือจะขัดเงาปลายคีมปากคีบของพวกเขาวันละหลายครั้ง นี่คือความพยายามที่สั่งสมมานานในด้านรายละเอียดที่ต้องใช้ความอุตสาหะเหล่านี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้ Grand Seiko มีมาตรฐานระดับสูงอย่างเช่นทุกวันนี้

  • เทคโนโลยี

    การเคลื่อนเข็มนาฬิกาแบบกว้างของ Grand Seiko ด้วยมอเตอร์ควบคุมสองจังหวะ (Twin Pulse Control Motor)

    เนื่องจากนาฬิการะบบควอตซ์ไม่สามารถเข้ากันได้กับแรงหมุนของนาฬิการะบบกลไก นาฬิการะบบควอตซ์จึงมักใช้ประโยชน์จากเข็มนาฬิกาที่เบาและบางกว่า นาฬิการุ่นระบบควอตซ์ของ Grand Seiko ท้าทายขีดจำกัดนี้ด้วยการใช้เข็มนาฬิกาแบบกว้างเหมือนกันกับนาฬิกาทุกเรือนของ Grand Seiko Caliber ระบบ 9F Quartz ทำให้เป็นเช่นนี้ได้ก็เพราะใช้มอเตอร์ควบคุมสองจังหวะ ซึ่งเป็นระบบที่สามารถขับเคลื่อนเข็มนาฬิกาที่ยาวกว่าและหนักกว่าได้ในขณะที่ประหยัดพลังงานแบตเตอรี่

    ในการเคลื่อนไหวระบบควอตซ์แบบธรรมดานั้น เข็มวินาทีจะขยับหนึ่งจังหวะจากวินาทีหนึ่งไปยังอีกวินาทีหนึ่ง แต่ในการเคลื่อนไหวของระบบ 9F Quartz เข็มวินาทีจะขยับสองจังหวะติดกันต่อหนึ่งวินาที จึงส่งสัญญาณจังหวะต่อเนื่องได้สองจังหวะ การเพิ่มขึ้นของสัญญาณจังหวะช่วยเพิ่มแรงหมุนที่ออกมาจากโรเตอร์ ทำให้สามารถใช้เข็มชั่วโมง เข็มนาที และเข็มวินาทีที่มีน้ำหนักมากกว่าได้ กระบวนการทั้งสองขั้นตอนนี้ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า และปรากฏแบบหนึ่งจังหวะไม่ต่างจากเครื่องบอกเวลาระบบควอตซ์มาตรฐาน

  • เทคโนโลยี

    IC พลังงานต่ำจะช่วยควบคุมอุณหภูมิและยืดอายุแบตเตอรี่

    การเคลื่อนไหวของระบบ 9F Quartz นั้นเหนือกว่าระบบควอตซ์มาตรฐานที่อยู่ภายใต้การควบคุมอุณหภูมิด้วยเช่นกัน พร้อมทั้งมีระบบการแก้ไขอุณหภูมิที่ใช้พลังงานต่ำสุด นาฬิการะบบควอตซ์มาตรฐานส่วนใหญ่ไม่มีโปรแกรมการควบคุมอุณหภูมิ เนื่องจากจำเป็นต้องใช้พลังงานไฟฟ้าจำนวนมากในการใช้งานระบบควบคุมอุณหภูมิ นาฬิการะบบควอตซ์จึงใช้เทคโนโลยีที่ต้องแลกมาด้วยอายุแบตเตอรี่ การบริโภคพลังงานต่ำสุดของระบบควบคุมอุณหภูมิที่ใช้ในการเคลื่อนไหวของระบบ 9F Quartz จึงสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้สำเร็จ เมื่อผสมผสานกับระบบควบคุมสองจังหวะสำหรับเข็มนาฬิกาแล้ว ระบบควบคุมอุณหภูมินี้จึงยืดอายุแบตเตอรี่ได้นานถึง 3 ปี

  • เทคโนโลยี

    การเคลื่อนไหวของเข็มวินาทีที่เที่ยงตรงพร้อมกับกลไกปรับการกระตุกโดยอัตโนมัติ

    เข็มนาฬิกาถูกขับเคลื่อนด้วยเฟืองชุดหนึ่ง และหลายครั้งก็มีการหยอกล้อกันระหว่างฟันเฟืองที่หมุนติดกับล้ออื่น หรือเรียกกว่าการกระตุกนั่นเอง แม้ว่าการกระตุกนี้ยังคงทำให้เฟืองหมุนได้ราบรื่นตามปกติ ในขณะนี้จะก่อให้เกิดการสั่นสะเทือนเล็กน้อยที่เข็มวินาที ซึ่งถือเป็นความไม่เที่ยงตรงที่นักออกแบบของ Grand Seiko ไม่สามารถยอมรับได้

    เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหานี้ จึงได้พัฒนาวิธีการที่เป็นเอกลักษณ์เพื่อทำให้การเคลื่อนไหวของเข็มวินาทีเที่ยงตรง หรือที่เรียกว่ากลไกปรับการกระตุกโดยอัตโนมัติ (Backlash Auto-Adjust Mechanism) กลไกนี้ใช้ประโยชน์จากใยนาฬิกา ซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักของนาฬิการะบบกลไก ด้วยการใช้พลังงานสปริงเพียงเล็กน้อยที่เกิดจากใยนาฬิกา จึงสามารถทำให้การสั่นสะเทือนเบา ๆ ของเข็มวินาทีนั้นคงที่ เพื่อให้เข็มวินาทีสามารถเดินต่อไปได้อย่างเที่ยงตรงโดยปราศจากการสั่นสะเทือน

  • เทคโนโลยี

    โครงสร้างแกนที่เป็นอิสระเพื่อการเคลื่อนที่ของเข็มนาฬิกาที่ราบรื่น

    การรบกวนโดยไม่ได้ตั้งใจระหว่างเข็มชั่วโมงหรือเข็มนาทีกับเข็มวินาทีสามารถเกิดขึ้นได้ระหว่างการปรับเวลา ก่อให้การสั่นสะเทือนเล็กน้อยที่เข็มวินาทีซึ่งบางกว่า แม้แต่การสั่นสะเทือนที่เล็กน้อยที่สุดก็ไม่เป็นไปตามมาตรฐานของ Grand Seiko เหล่าวิศวกรจึงได้พัฒนาโซลูชั่นที่เรียกว่าโครงสร้างแกนที่เป็นอิสระ (Independent Axis Structure) เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาดังกล่าว

    เข็มวินาทีของนาฬิกาเดินรอบหน้าปัดถึง 1,440 รอบในแต่ละวัน ในขณะที่เข็มนาทีเดินทั้งหมด 24 รอบ เวลาที่เที่ยงตรงจะปรากฏได้อย่างถูกต้องก็ต่อเมื่อไม่มีการรบกวนระหว่างชิ้นส่วนที่กำลังหมุนเหล่านี้

    ในการเคลื่อนไหวของระบบ 9F Quartz นั้น แกนของเข็มแต่ละเข็มสามารถเคลื่อนที่ได้อย่างอิสระ จึงป้องกันไม่ให้เข็มนาฬิกาเสียดสีกัน กำจัดการกระตุกที่เกิดขึ้นเมื่อมีการปรับเวลา ตลอดจนช่วยให้มีการเคลื่อนไหวได้อย่างราบรื่นและเที่ยงตรง

  • เทคโนโลยี

    การปรับเปลี่ยนเวลาที่เที่ยงตรง

    การเคลื่อนไหวของเม็ดมะยมคืออีกหนึ่งคุณสมบัติที่เป็นเอกลักษณ์ของการเคลื่อนไหวของระบบ 9F Quartz

    ในนาฬิการะบบควอตซ์มาตรฐานนั้น การหมุนเม็ดมะยมครบหนึ่งรอบจะเป็นการขยับเข็มนาทีเท่ากับ 60 นาที การเคลื่อนไหวของระบบ 9F Quartz จะช่วยลดความสมมูลนี้ให้เหลือ 20 นาที ทำให้สามารถปรับเปลี่ยนเวลาได้โดยมีความเที่ยงตรงมากขึ้น

    ตัวเม็ดมะยมยื่นออกมาอย่างเห็นได้ชัด มีความหนาอยู่ที่ 11 มม. ทำให้แน่ใจได้ถึงการหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดที่เกิดจากการทำงานเมื่อสลับไปยังการแสดงวันที่

คุณภาพ

การปรับเปลี่ยนให้เข้ากับสภาพแวดล้อมของคุณ

คุณภาพ

การใช้สวิตช์ควบคุมค่าเพื่อการควบคุมที่เที่ยงตรงในการเคลื่อนไหวของระบบควอตซ์

ในขณะที่นาฬิการะบบกลไกมีกลไกสำหรับความเที่ยงตรงที่ปรับให้ละเอียด แต่การควบคุมเหล่านี้เป็นไปไม่ได้ในนาฬิการะบบควอตซ์ส่วนใหญ่

อย่างไรก็ตาม การเคลื่อนไหวของระบบ 9F Quartz ประกอบไปด้วยสวิตช์ควบคุมค่าที่ทำให้สามารถควบคุมความเที่ยงตรงดังกล่าวได้ หากนาฬิกาเดินเร็วหรือช้าเกินไปเพราะสภาพแวดล้อมหรือปัจจัยอื่น สามารถใช้สวิตช์นี้เพื่อแก้ไขค่าความแตกต่างนั้นได้ เจ้าของนาฬิกาผู้รู้จักแนวโน้มการทำงานของนาฬิกาแต่ละเรือนของตนเองเป็นอย่างดีตลอดเวลาหลายปีจะสามารถปรับเปลี่ยนค่าความแม่นยำได้อย่างรวดเร็วและใช้นาฬิกาเรือนนั้นต่อไปได้อีกหลายปี

อย่างไรก็ตาม การเคลื่อนไหวของระบบ 9F Quartz มีความแม่นยำระดับยอดเยี่ยม ดังนั้นผู้คนส่วนใหญ่จึงไม่มีความจำเป็นต้องรู้ว่านาฬิการะบบนี้มีฟังก์ชันการปรับเช่นนี้ด้วย เพราะนี่คือมาตรฐานระดับสูงของ Grand Seiko

  • คุณภาพ

    ฝาหลังตัวเรือนแบบปิดทึบเพื่อการรับรองคุณภาพ

    Grand Seiko ได้พัฒนาฝาหลังตัวเรือนแบบปิดทึบ (Super Sealed Cabin) เพื่อให้แน่ใจได้ว่าโรเตอร์ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการเคลื่อนไหวของระบบควอตซ์จะอยู่ในตัวเรือนที่ปิดทึบและไม่มีอากาศเล็ดลอดเข้าไป

    โครงสร้างนี้ป้องกันไม่ให้ฝุ่นเข้าไปในชิ้นส่วนที่มีความละเอียดอ่อนของระบบเคลื่อนไหวเมื่อมีการเปลี่ยนแบตเตอรี่ และเมื่อน้ำมันหล่อลื่นที่กักเก็บไว้ให้แกนหมุนของสเต็ปมอเตอร์ไม่สัมผัสกับอากาศ จึงช่วยยืดอายุของน้ำมันได้ กลไกทั้งหมดสะท้อนให้เห็นถึงความเข้าใจอย่างลึกซึ้งต่อความเที่ยงตรงของการเคลื่อนไหวของระบบควอตซ์ และทำให้บรรลุจุดประสงค์ในการรักษาความน่าเชื่อถือและความเที่ยงตรงในระยะยาวของ 9F Caliber

    ฝาหลังตัวเรือนแบบปิดทึบถูกออกแบบมาเพื่อลดความเสี่ยงจากอันตรายในขณะที่มีการเปิดฝาหลังของตัวเรือนเพื่อเปลี่ยนแบตเตอรี่ ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นต่อนาฬิกาทุกเรือนที่ใช้การเคลื่อนไหวของระบบควอตซ์ ผนังที่กั้นแบตเตอรี่จากล้อเฟืองเพื่อหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับอนุภาคแปลกปลอมยังประกอบไปด้วยรูขนาดเล็กที่ปิดไว้ด้วยทับทิม ซึ่งมีไว้เพื่อสังเกตการณ์ระหว่างการเปลี่ยนแบตเตอรี่

  • คุณภาพ

    กระบวนการบ่มออสซิลเลเตอร์ของระบบควอตซ์นาน 3 เดือน

    Caliber 9F มอบอัตราความเที่ยงตรงระดับยอดเยี่ยมที่ ±10 วินาทีต่อปี ที่เป็นเช่นนี้ได้ก็เพราะการเลือกสรรผลึกควอตซ์ที่มีความคงที่สูงและผ่านกระบวนการบ่มอย่างเข้มงวด
    ความแม่นยำของนาฬิการะบบควอตซ์จะขึ้นอยู่กับว่าออสซิลเลเตอร์ของระบบควอตซ์สามารถรักษาอัตราการสร้างสัญญาณความถี่ที่ 32,768 รอบต่อวินาทีได้อย่างแม่นยำหรือไม่

    แม้ว่าการส่งสัญญาณความถี่นี้จะมีความสม่ำเสมอโดยรวม แต่ออสซิลเลเตอร์แบบควอตซ์แต่ละชิ้นก็มีคุณลักษณะด้านประสิทธิภาพที่แตกต่างกัน ซึ่งบางชิ้นไม่สามารถรักษาประสิทธิภาพที่คงที่ไว้ได้เมื่อมีการใช้งานเป็นเวลานานหรือมีการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม และออสซิลเลเตอร์ชิ้นอื่น ๆ อาจทำงานด้วยความเที่ยงตรงสูงในตอนแรก แต่มีการเปลี่ยนแปลงด้านการส่งสัญญาณความถี่เมื่อเวลาผ่านไปหลายปีและก่อให้เกิดความไม่แม่นยำขึ้น

    Seiko ตระหนักถึงปัญหานี้ดี จึงใช้กระบวนการบ่มผลึกที่ผ่านการคัดสรรมาแล้วเพื่อให้แน่ใจได้ว่าออสซิลเลเตอร์มีประสิทธิภาพคงที่ก่อนถูกนำมาใช้งาน Grand Seiko เป็นรายแรกของโลกที่นำออสซิลเลเตอร์แบบควอตซ์ที่ผ่านการคัดสรรแล้วมาเข้าสู่กระบวนการนี้

    ส่วนหนึ่งของกระบวนการนี้คือออสซิลเลเตอร์แบบควอตซ์ที่ผลิตขึ้นภายในจะถูกนำไป ‘บ่ม’ ครั้งแรกเป็นระยะเวลา 3 เดือน โดยจะมีการใช้แรงดันไฟฟ้าเพื่อทำให้คุณลักษณะของมันคงที่ เมื่อคัดสรรและทดสอบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ออสซิลเลเตอร์แบบควอตซ์ที่ผ่านมาตรฐานเข้มงวดเท่านั้นที่จะถูกนำไปใช้ในระบบการเคลื่อนไหวของ 9F Quartz

  • คุณภาพ

    การติดตามอุณหภูมิ 540 ครั้งต่อวัน

    ออสซิลเลเตอร์ของระบบควอตซ์มีความไวต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ

    อัตราการสร้างสัญญาณความถี่ที่ 32,768 รอบต่อวินาทีมีความผันผวนตามการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิแวดล้อม

    หากอัตรานี้เปลี่ยนแปลงเพราะแรงสั่นสะเทือนเพียงครั้งเดียวต่อวินาที ความแม่นยำจะลดลงมากถึง 16 นาทีต่อปี

    เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหานี้ ข้อมูลของคุณลักษณะแต่ละอย่างของออสซิลเลเตอร์จึงถูกจัดเก็บไว้ใน IC ล่วงหน้า ด้วยการจับคู่ออสซิลเลเตอร์แต่ละตัวเข้ากับ IC ที่ถูกตั้งค่าแยกไว้เฉพาะเจาะจงเช่นนี้ การเคลื่อนไหวของระบบ 9F จึงสามารถทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบ ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีการวัดอุณหภูมิภายในนาฬิกาถึง 540 ครั้งต่อวันอีกด้วย ข้อมูลอุณหภูมิจะถูกส่งไปให้ IC ประมวลผล ซึ่งจะชดเชยค่าความเบี่ยงเบนใด ๆ ที่อาจส่งผลเสียต่อการรักษาความแม่นยำระดับสูงได้

ความเป็นมา

Grand Seiko เริ่มต้นประวัติศาสตร์อันยาวนานในปี ค.ศ. 1960 ด้วยนาฬิการะบบกลไก ในปี ค.ศ. 1988 นาฬิการะบบควอตซ์รุ่นแรกของ Grand Seiko ได้ถือกำเนิดขึ้น พร้อมการเคลื่อนไหวที่ทรงพลังและมีอัตราความแม่นยำอยู่ที่ ±10 วินาทีต่อปี ในปี ค.ศ. 1993 Grand Seiko บรรลุเป้าหมายมาตรฐานใหม่ของนาฬิการะบบควอตซ์ โดยการเปิดตัวซีรีส์ 9F8 ที่มีคุณลักษณะใหม่ ๆ รวมทั้งกลไกปรับการกระตุกโดยอัตโนมัติ มอเตอร์ควบคุมสองจังหวะ และกลไกการเปลี่ยนวันที่แบบทันที

เพิ่มเติม